วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

ประวัติร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น

เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) เป็นแฟรน ไชส์ของร้านสะดวกซื้อ จำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดที่มีสาขาทั่วโลกมากที่สุด ชื่อและระบบแฟรนไชส์นี้ เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท เซาธ์แลนด์ คอร์ปอเรชั่น สหรัฐอเมริกา โดยชื่อของ 7-11 สื่อถึงเวลาเดิมที่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 07.00-23.00 น. เซเว่น-อีเลฟเว่น ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2470 โดยบริษัทเซาธ์แลนด์ ไอซ์ จำกัด (เซาธ์แลนด์ คอร์ปอเรชั่น) เริ่มต้นกิจการผลิต และจัดจำหน่ายน้ำแข็ง ที่เมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ในปีเดียวกัน ทางบริษัทได้นำสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มาจำหน่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า และเปลี่ยนชื่อเป็น Tote"m Store ต่อมาในปี 2489 ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง เป็น เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) เพื่อรองรับการขยายกิจการนี้ ในระยะแรก เปิดบริการ ตั้งแต่เวลา 07.00-23.00 น. ของทุกวัน อันเป็นที่มาของชื่อ เซเว่น-อีเลฟเว่น นั่นเองในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษที่ 1980 บริษัทเริ่มประสบปัญหา ทางการเงิน และได้รับความช่วยเหลือจากอิโต-โยคะโด ซึ่งเป็นผู้ซื้อแฟรนไชส์รายใหญ่ที่สุด บริษัทญี่ปุ่นมีอำนาจควบคุมบริษัทในปี 2534 ในปี 2548 อิโต-โยคะโด ก่อตั้งบริษัทเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ และเซเว่น-อีเลฟเว่น ก็กลายเป็นบริษัทลูกของเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ ตั้งเซเว่น-อีเลฟเว่น ในประเทศไทยสำหรับประเทศไทย แฟรนไชส์ เซเว่น-อีเลฟเว่น บริหารโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ บมจ.ซีพี ออลล์ (เดิมคือ บมจ.ซี.พี. เซเว่น อีเลฟเว่น) บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยได้ลงนามในสัญญาซื้อสิทธิการประกอบกิจการจากเจ้าของสิทธิ์เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2531เซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาแรกในประเทศไทย คือ สาขาถนนพัฒน์พงษ์ ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนพัฒน์พงษ์ เปิดบริการเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2532มีกลยุทธ์สำคัญที่เน้นบริการแบบอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยหยิบยกเอาวัฒนธรรมไทยในการไหว้และคำกล่าวทักทาย "สวัสดี" เปิดการขายและปิดการขายด้วยการ "ขอบคุณ" ทุกครั้ง จากนั้นมีบริการ "เคาน์เตอร์เซอร์วิส" เป็นแห่งแรกของประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการชำระค่าสาธารณูปโภคทุกประเภท ได้แก่ ค่าน้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ และบริการจากการผ่อนสินค้าและบริการต่างๆ ที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะทำให้ลูกค้าประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และยังติดตั้งเครื่องเอทีเอ็มไว้ที่ร้านสาขาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไปปัจจุบันนี้ เซเว่น-อีเลฟเว่น เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง มีร้านสาขากระจายอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วไทย โดยเฉพาะในชุมชนคนพลุกพล่าน และขยายไปอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. อีกด้วย มีจำนวนสาขาประมาณ 5,000 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ค. 2552) เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีมากกว่า 3,000 สาขา ซึ่งถือว่ามากเป็นอันดับ 4 รองจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังถือเป็นร้านค้าปลีกที่มีเครือข่ายมากที่สุด มีลูกค้ากว่า 4 ล้านคนต่อวัน ยอดขายเฉลี่ย 65,019 บาทต่อวันต่อสาขา

ที่มาhttp://campus.sanook.com/u_life/knowledge_06024.php

ฟินแลนด์ใช้ปัสสาวะ ผสมไม้-ผลิตปุ๋ยมะเขือเทศ

เว็บไซต์ข่าววิทยาศาสตร์ "ป๊อปปูลาร์ ไซเอินซ์" รายงานว่า คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยควาปิโอ ประเทศฟินแลนด์ ระบุว่า ปัสสาวะ มนุษย์มีสารอาหารเหมาะสมสำหรับนำไปใช้ผลิตเป็นปุ๋ยปลูกมะเขือเทศ คณะผู้ทำการวิจัย ได้แก่ สุเรนทรา ประนันท์, เค. โฮโลไปเนน, และเฮลวี ไฮโนเน็น-ทันสกี โดยทดลองนำปัสสาวะมนุษย์จากห้องน้ำตามบ้านพักต่างๆ ซึ่งไม่มีสารเคมีใดๆ เจือปน จากนั้นนำไปใส่บรรจุภัณฑ์แช่เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 45 องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว 7.22 องศาเซลเซียส นาน 6 เดือนเพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์และแบคทีเรีย เมื่อครบ 6 เดือน นักวิจัยนำปัสสาวะดังกล่าวมาผสมกับเศษไม้ ซึ่งเก็บมาจากเตาเผาตามครัวเรือนทั่วไป และพบว่า สารอาหารที่ได้มีความเหมาะสมต่อการนำไปปลูกมะเขือเทศยิ่งกว่าใช้ปุ๋ยเคมี นอกจากนี้ อาสาสมัครผู้รับประทานมะเขือเทศที่ปลูกด้วยปัสสาวะยังยอมรับว่ามีรสชาติดีกว่ามะเขือเทศที่เคยซื้อตามท้องตลาด อย่างไรก็ตาม การนำปัสสาวะมาใช้ต้องผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดว่าไม่มีจุลชีพหรือสิ่งสกปรกจากอุจจาระเข้ามาเจือปนเด็ดขาดก่อนหน้านี้ คณะนักวิจัยกลุ่มเดียวกันเคยทดลองนำปัสสาวะมนุษย์ไปใช้ปลูกพืช เช่น แตงกวาและกะหล่ำ แต่ภายหลังเปลี่ยนมาทดลองกับมะเขือเทศอย่างจริงจังเพราะเห็นว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกแพร่หลายทั่วโลก และใช้เป็นส่วนผสมในเมนูอาหารหลากหลายชนิด รายงานข่าวแจ้งว่า การปลูกพืชด้วยวิธีนี้อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับธุรกิจปลูกผักปลอดสารเคมี ซึ่งนับวันยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากขึ้นทุกขณะ และสอดคล้องกับความรู้ของคนสมัยเก่าที่ใช้ปัสสาวะทำปุ๋ยปลูกพืชมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล

ที่มาhttp://campus.sanook.com/u_life/knowledge_06024.php

เครื่องบินพับกระดาษ จุดเริ่มต้นเรียนรู้วิทยาศาสตร์

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวถึงความสำเร็จของคณะผู้เข้าแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับตัวแทนประเทศไทยจาก "เอ็ม เทค" ที่มี ด.ช.หม่อง ทองดี อายุ 11 ขวบ นักเรียนชั้นป.4 โรงเรียนบ้านห้วยทราย จ.เชียงใหม่ ร่วมทีมอยู่ด้วย ว่า เรื่องเครื่องบินกระดาษพับที่ใครๆ เคยคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ แต่ปัจจุบันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หากตั้งใจศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง เครื่องบินกระดาษพับก็ให้ประโยชน์มากมายกับผู้พับได้ โดยเฉพาะการสร้างทักษะ กระบวน การเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ในสาขาฟิสิกส์ รวมไปถึงทักษะอื่นๆ เช่น การสังเกตรายละเอียด กระบวนการคิดต่างๆ จากความสำเร็จครั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยินดีสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนหันมาให้ความสำคัญกับกิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์เหล่านี้มากขึ้น และหากจะบรรจุกิจกรรมการพับเครื่องบินกระดาษให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาด้วยก็ยิ่งดี และรัฐบาลจะสนับสนุนเต็มที่ เพราะนอกจากจะให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประ โยชน์และสร้างความสนใจด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้นแล้ว อาจจะยังสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ครอบครัว สถาบัน และประเทศชาติได้อีกด้วย
ด.ช.หม่อง สอนคุณหญิงกัลยา พับเครื่องบินกระดาษ"การพับเครื่องบินกระดาษ เป็นการเรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีต้นทุนต่ำที่สุด แต่ให้ความรู้หลายอย่าง ทั้งเรื่องของการสังเกต หลักการทางด้านพลศาสตร์ ฟิสิกส์ ทักษะการศึกษาวิจัยด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องง่ายใกล้ตัวที่ใครๆ ก็ทำได้ และที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่านักพับเครื่องบินกระดาษชาวญี่ปุ่นเขาก็สามารถนำความรู้เหล่านี้มาใช้เป็นอาชีพ จนได้รับชื่อเสียง เขียนหนังสือออกมาขายเป็นที่นิยมไปทั่วโลกด้วย ซึ่งหากคนไทยเราทำได้ และให้ความสนใจมากกว่านี้ก็คิดว่า เราจะได้อะไรจากกิจกรรมนี้อีกมากมายทีเดียว" คุณหญิงกัลยา กล่าว ด้าน ดร.ประเสริฐ เฉลิมการนนท์ หัวหน้าโครงการสร้างความตระหนักและแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์ด้วยกิจกรรมเครื่องบินกระดาษ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี กล่าวว่า วัตถุประสงค์สำคัญในการจัดการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทย แท้จริงแล้วคือการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ไม่ว่าสัญชาติใดก็ตามได้เรียนรู้ถึงเรื่องการเรียนวิทยาศาสตร์ มีการศึกษาค้นคว้าวิธีการ และเทคนิคของการพับกระดาษด้วยตัวเอง เป็นการสร้างความตระหนักและสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น จากสิ่งรอบๆ ตัว และอาจจะพัฒนาไปสู่การศึกษาเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ในสาขาอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นได้ด้วย ซึ่งน่าดีใจว่าจากกรณีของ ด.ช.หม่อง ทองดี ทำให้เกิดกระแสเรื่องเครื่องบินกระดาษพับเพิ่มมากขึ้น ทำให้เด็กหันมาสนใจมากขึ้น และด้วยแนวความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้นนี่เองอาจทำให้ในอนาคตประเทศไทยจะมีนักวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ เพิ่มมากขึ้น"สำหรับผู้ที่สนใจในการพับเครื่องบินกระดาษเพื่อให้บินในอากาศได้นานๆ นั้น อยากแนะนำเทคนิคเล็กน้อยว่า เบื้องต้นสำคัญที่สุดคืออย่าทำให้กระดาษยับเพราะจะทำให้อากาศที่ผ่านเครื่องบินมีความแปรปรวนได้ ซึ่งมีผลต่อการอยู่ในอากาศของเครื่องบิน จากนั้นผู้พับอาจจะต้องทดลองเอาเครื่องบินขึ้นบิน และศึกษาดูว่ามีข้อบกพร่องตรงไหน ซึ่งนั่นจะเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้ผู้พับได้มีโอกาสเรียนรู้กระบวนการทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างเป็นขั้นเป็นตอนไปด้วย" ดร.ประเสริฐ กล่าว
ที่มาhttp://campus.sanook.com/u_life/knowledge_06024.php

ร่างกายเราทำอะไรบ้างใน24ชั่วโมง

นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้วิจัยและค้นคว้าร่างกายของมนุษย์เราว่า ทำอะไรบ้างในแต่ละชั่วโมง *01.00 น. คนส่วนใหญ่จะนอนหลับ ร่างกายจะมีความรู้สึกไวต่อความเจ็บปวดมาก 02.00 น. นอกจากตับแล้ว ส่วนต่างๆ ของร่างกายจะเคลื่อนไหวช้ามาก 03.00 น. ร่างกายทั้งหมดจะพักผ่อน กล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย ความดันจะต่ำ ชีพจรจะเต้นช้า การหายใจก็จะช้า *04.00 น. สมองได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อยมาก ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ตายไปในระยะเวลานี้ 05.00 น. ไตจะไม่ทำหน้าที่กรอง เนื่องจากเราได้พักผ่อนมาระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น ในเวลาตื่นนอนอารมณ์จะรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ 06.00 น. ความดันเลือดจะสูงขึ้น หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น 07.00 น. ภูมิต้านทานโรคในช่วงนี้จะดีมาก เพราะร่างกายได้พักผ่อนมาแล้ว *08.00 น. ตับจะทำหน้าที่ขับพิษออกจากร่างกาย ในช่วงนี้ไม่ควรดื่มสุรา 09.00 น. จิตใจ อารมณ์ การทำงานจะดีมากในช่วงนี้ 10.00 น. เป็นช่วงที่ร่างกายและสุขภาพจะดีมาก เหมาะที่จะทำงาน 11.00 น. เป็นช่วงที่ขยันขันแข็งในการทำงาน ร่างกายยังไม่อ่อนเพลีย 12.00 น. ช่วงตอนที่จะหยุดงาน ทางที่ดีที่สุดอย่าเพิ่งรับประทานอาหาร ควรจะรอช้ากว่าไปอีกสักหน่อย แล้วทานเอาช่วงเวลาประมาณ 12.30 หรือ 13.00 น. ก็จะดี 13.00 น. ตับจะพักผ่อน เนื่องจากเวลาการทำงานที่ดีได้ผ่านไปแล้ว ร่างกายในช่วงนี้จะเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย *14.00 น. เป็นช่วงระยะเวลาที่ร่างกายรู้สึกอืดอาด เชื่องช้าที่สุดในระยะหนึ่งของแต่ละวัน 15.00 น. ระบบต่างๆ ของร่างกายจะมีปฏิกิริยาที่ไวมาก สมรรถภาพของพละกำลังเริ่มฟื้นฟูขึ้น 16.00 น. ในกระแสเลือด จะมีน้ำตาลเพิ่มขึ้น แต่ก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว 17.00 น. สมรรถภาพในการทำงานจะเพิ่มขึ้น จะเห็นได้จากนักกีฬาที่ออกกำลังกาย จะมีเรี่ยวแรงเพิ่มมากขึ้น 18.00 น. ความรู้สึกต่ออาการเจ็บปวดจะลดน้อยลง ขอให้เพิ่มการออกกำลังกาย *19.00 น. ความดันของเลือดจะเพิ่มสูงขึ้น อารมณ์จะไม่ค่อยดีนัก มักจะเกิดงขึ้นได้ด้วยสาเหตุเล็กๆน้อยๆ 20.00 น. น้ำหนักตัวจะรู้สึกเพิ่มมากขึ้น สะท้อนออกถึงความผิดปกติอย่างรวดเร็ว *21.00 น. อารมณ์จะกลับเข้าสู่สภาพปกติ ความจำจะดีขึ้น สามารถคิดสิ่งต่างๆ ออกได้ 22.00 น. ในกระแสโลหิต จะเต็มไปด้วยเม็ดเลือดขาว อุณหภูมิในร่างกายจะลดต่ำลง *23.00 น. ร่างกายตระเตรียมพักผ่อน เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ที่สึกหรอ 24.00 น. เข้าสู่ชั่วโมงแห่งการหลับไหล
ที่มาhttp://campus.sanook.com/u_life/knowledge_06024.php

ร่วมคิด...เตือนอันตราย หยุด!! พิษภัยควันบุหรี่

จากการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ที่มีความต่อเนื่อง วันงดสูบบุหรี่โลก ที่ใกล้มาถึงเป็นอีกวันดีมีความหมายให้ตระหนักถึงโทษพิษอันตรายจากการสูบบุหรี่ ซึ่งไม่เพียงเฉพาะผู้สูบ หากแต่ยังส่งผลถึงคนใกล้ชิดรอบข้าง รวมทั้งสิ่งแวดล้อมการอยู่ร่วมกัน
วันงดสูบบุหรี่โลกที่องค์การอนามัยโลกกำหนดขึ้นในวันสุดท้ายเดือนพฤษภาคมของทุกปีนับแต่ พ.ศ. 2531 เป็นต้นมาที่ทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชนองค์กรภาคีเครือข่ายประสาน ความร่วมมือรณรงค์เตือนพิษภัยทั้งจากการสูบ การได้รับควันบุหรี่มือสอง จากข้อมูลที่กล่าวถึงความสูญเสีย บุหรี่คร่าชีวิตคน ทั่วโลกปีละกว่า 5 ล้านคน และแต่ละปีมีคนไทยเสียชีวิตจากการ สูบบุหรี่ปีละ 42,000 คน อีกทั้งพบตัวเลขจำนวนไม่น้อยในกลุ่มเยาวชน นักสูบหน้าใหม่แต่ละปีองค์การอนามัยโลกจะกำหนดคำขวัญประเด็นรณรงค์ ในปีนี้ Tobacco Health Warnings หรือในคำขวัญที่กระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย จากความต่อเนื่องวันงดสูบบุหรี่โลกที่มีจุดหมายกระตุ้นเตือนประชาชน ทั่วโลก ตระหนักถึงการแพร่ระบาดของบุหรี่ สนับสนุนให้เกิดการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ในประเทศต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อปกป้องประชาชนจากโรคภัยและความสูญเสียนายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ความรู้ว่า ปีนี้การรณรงค์ให้ความสำคัญการเตือนภัยจากบุหรี่ทั้งในกลุ่มเด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้เข้าใจถึงโทษพิษภัยในผลกระทบที่เกิดจากการ สูบบุหรี่จากประเด็นรณรงค์นี้เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร่วมคิดเตือนภัยรับผิดชอบดูแลสังคมร่วมกัน อีกทั้งในสิ่งที่รณรงค์หวังเป็นการป้องกันกลุ่มนักสูบหน้าใหม่กลุ่มเยาวชน ลดการสูบในผู้ที่สูบและปกป้องสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ห่างไกลจากอันตรายบุหรี่ ฯลฯ
“การรณรงค์แต่ละปีจะแตกต่างกันไปตามปัญหาภาพ รวมของทุก ๆ ประเทศสมาชิก ปีนี้เป็นความเข้มข้นการรณรงค์ที่จะแจ้งเตือนภัยทุกมิติที่จะลดการสูบบุหรี่ลง อย่างข้อมูลคำเตือนบนซองบุหรี่ทั้งรูปภาพและข้อความ ในการดำเนินการนั้นมีมายาวนานซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่สี่ของโลกที่ทำการจัดพิมพ์คำเตือนบนซองผลิตภัณฑ์ยาสูบและจากการเตือนภัยบนซองบุหรี่ที่ทางกรมฯ ภาคีเครือข่ายร่วมกันรณรงค์มีผลเป็นรูปธรรม”การเตือนภัยบนซองบุหรี่มีความต่อเนื่องโดยนับจากปี พ.ศ. 2517 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้มีการพิมพ์ข้อความคำเตือนบนซองบุหรี่ครั้งแรกโดยใช้คำว่า การสูบบุหรี่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จากนั้นพัฒนาข้อความ ปรับเนื้อหาข้อความ จัดทำภาพ คำเตือน ฯลฯ เรื่อยมาตามลำดับ“ความเป็นอันตราย โทษพิษภัยแม้จะเป็นที่ทราบกัน แต่ในจำนวนผู้เสียชีวิต ตัวเลขการเจ็บป่วยในปีหนึ่ง ๆ ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย เหล่านี้มีความจำเป็น เช่นกัน ในการแจ้งเตือนภัยและจากที่เป็นหน่วยงานราชการเป็นแกนกลางประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สสส. ฯลฯ ได้ร่วมกันรณรงค์และแม้จะมีตัวเลขลดลง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงยังคงเป็นกลุ่มนักสูบหน้าใหม่ กลุ่มเยาวชนที่ต้องใกล้ชิดให้ความรู้ความเข้าใจ”ขณะที่สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โรคชิคุนกุนยา ฯลฯ กำลังเป็นที่กล่าวขาน โรคไม่ติดต่อที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง ทั้ง การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ ฯลฯก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ความเจ็บป่วยเป็นภัยคุกคามสุขภาพและแม้ไม่ปรากฏผลทันที แต่ พิษภัยที่สะสมส่งผลในอนาคตอย่างโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิต มะเร็ง ฯลฯ การลด ละ เลิกสูบบุหรี่ หลีกไกลพฤติ กรรมเสี่ยงจึงมีความสำคัญควันบุหรี่ในบรรยากาศหรือควันบุหรี่มือสอง ทั้งที่เกิดจากผู้สูบพ่นออกมาและควันที่ลอยจากปลายมวนบุหรี่ระหว่างการสูบ การหายใจนำควันบุหรี่ในบรรยากาศเข้าสู่ร่างกายที่เรียกว่า การสูบบุหรี่มือสอง จากควันบุหรี่ จากข้อมูลสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรคและข้อมูลมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่บอกเล่าสารเคมีที่เป็นสารพิษ สารก่อมะเร็ง
สารพิษในควันบุหรี่ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมีทั้ง นิโคติน สารที่ทำให้เกิดการเสพติดทำให้เกิดโรคหัวใจ น้ำมันดิน (ทาร์) เป็นละอองเหนียวสีน้ำตาลคล้ายน้ำมันดิน ทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ ขณะที่ คาร์บอนมอ นอกไซด์ ก๊าซพิษชนิดเดียวกับท่อไอเสียรถยนต์จะแย่งจับเม็ดเลือดแดงทำให้ร่างกายรับออกซิเจนได้น้อยลง ก่อเกิดอาการมึนงง คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย ส่วน ไฮโดรเจนไซยาไนด์ ก๊าซที่ทำลายเยื่อบุหลอดลมและถุงลมทำให้เกิดอาการไอ มีเสมหะและหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้ แอมโมเนีย มีฤทธิ์ระคายเคืองเนื้อเยื่อทำให้แสบตา แสบจมูก หลอดลมอักเสบ ฯลฯ และ จากควันบุหรี่ที่ส่งผลต่อสุขภาพ หากเป็นผู้ใหญ่ การได้รับควันบุหรี่ในบ้านหรือที่ทำงานจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งปอดเพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 เกิดผลกระทบต่อระบบหลอดเลือดหัวใจทันทีที่ได้รับควันบุหรี่มือสองใน เด็กเล็ก เกิดความเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดบวมสูงกว่าเด็กทั่วไป มีอัตราการเกิดโรคหืดเพิ่มขึ้น ในระยะยาวเด็กที่ได้รับควันบุหรี่พัฒนาการของปอดจะน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้รับควันบุหรี่ อีกทั้งควันบุหรี่ส่งผลต่อหญิงมีครรภ์ เป็นต้นจากการรณรงค์ที่มีต่อเนื่องของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนในกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่ โลกที่จะมีขึ้น ณ เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ นอกจากนิทรรศการวิชาการ การให้บริการทางการแพทย์ยังมีความบันเทิงร่วมรณรงค์เน้นการเตือนภัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งผู้ที่ต้องการลด ละ เลิกสูบบุหรี่ วันงดสูบบุหรี่โลกที่กำลังจะมาถึงนี้อาจถือเป็นอีกโอกาส สร้างสุขภาพดีให้เกิดขึ้นกับตนเอง คนใกล้ชิดรอบข้างที่คุณรัก รวมทั้งสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดจากควันบุหรี่.10 วิธีช่วยเลิกสูบบุหรี่แต่ละปีมีคนไทยเลิกสูบบุหรี่ได้มากกว่า 2 แสนคน หรือโดยเฉลี่ยมีผู้เลิกสูบบุหรี่วันละ 600 คนและจากสถิติพบร้อยละ 80 ของผู้ที่หยุดสูบบุหรี่สามารถเลิกได้ด้วยตนเองโดยใช้วิธีหยุดสูบอย่างเด็ดขาดและจาก 10 วิธีนี้ที่มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่แนะนำไว้เป็นอีกแนวทางคำตอบการเลิกสูบบุหรี่ขอคำปรึกษา เพื่อให้มีแนวทางการเลิกบุหรี่ โดยอาจขอคำแนะนำที่หมายเลข 1600 หรือขอคำปรึกษาจากคนที่รู้จักที่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จหากำลังใจ บอกคนใกล้ชิดได้ทราบถึงความตั้งใจที่จะเลิกสูบบุหรี่เพราะกำลังใจจากคนรอบข้างจะช่วยให้คุณมีความพยายามที่จะเลิกสูบบุหรี่ให้ได้เพื่อคนที่คุณรักเป้าหมายอยู่ข้างหน้า ควรวางแผนการปฏิบัติตัวในระหว่างการเลิกสูบบุหรี่ โดยกำหนดวันที่จะลงมือเลิกสูบบุหรี่อาจเลือกวันสำคัญ ต่าง ๆ อย่าง วันเกิดตนเอง วันครบรอบแต่งงานวันเกิดลูก ฯลฯ แต่ทั้งนี้ไม่ควรกำหนดวันที่ไกลเกินไปไม่รอช้าลงมือ ควรเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการทิ้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ ปรับเปลี่ยนกิจกรรมที่ทำร่วมกับการสูบบุหรี่ เช่น อ่านหนังสือแทนการสูบบุหรี่ระหว่างเข้าห้องน้ำ ลุกจากโต๊ะอาหารทันทีที่ทานอาหารเสร็จ หรือ แปรงฟันทุกครั้งหลังกินอาหาร เตรียมผลไม้ ขนมขบเคี้ยวที่ไม่หวานหรือทำให้อ้วนทานแทนการสูบบุหรี่ ฯลฯถือคำมั่นสัญญาไม่หวั่นไหว บอกตัวเองว่ากำลังทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเองและคนใกล้ชิด เมื่อนึกอยากสูบบุหรี่ก็ให้ทบทวนถึงเหตุผลการตัดสินใจ ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ อยู่ชิดใกล้กับคนที่ไม่สูบบุหรี่ ฯลฯห่างไกลสิ่งกระตุ้น ระหว่างนี้ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อยากสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการ อยู่ท่ามกลางคนที่สูบบุหรี่ นอกจากนี้ ไม่ควรหมกมุ่นเครียด เมื่อรู้สึกเครียดให้หยุดพัก พูดคุยกับคนอื่น ระลึกว่ามีคนไม่สูบบุหรี่อีกมากที่คลายเครียดด้วยการไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกาย ควรจัดเวลาให้กับการออกกำลังกายวันละ 15-20 นาที ซึ่งนอกจากควบคุมน้ำหนักที่อาจเพิ่มขึ้นได้ยังทำ ให้สมองปลอดโปร่ง เพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจ ฯลฯ ไม่ท้าทายบุหรี่ อย่างคิดลองสูบเป็นบางครั้งบางคราวเพราะการทดลองอาจหมายถึงการหวนกลับไปสู่ความเคยชินเก่า ๆ และ หากต้องเริ่มต้นใหม่ก็อย่าท้อแท้.

ที่มาhttp://campus.sanook.com/u_life/knowledge_06024.php

10 ข่าววิทยาศาสตร์ แหกตาชาวโลก

1 พิลต์ดาวน์แมนเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1912 ชาร์ลส์ ดอว์สัน ชาวอังกฤษที่มีความสนใจวิชาโบราณคดี แพร่ข่าวว่าพบฟอสซิลกะโหลกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ในสุสานหมู่บ้านพิลต์ดาวน์ แคว้นอีสต์ซัสเส็กซ์ พร้อมกับตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ให้กับมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ว่า Eoanthropus dawsoniแม้เขาเสียชีวิตหลังจากสร้างเรื่องมานาน 4 ปี แต่ก็ยังมีผู้เชื่อมั่นว่า "พิลต์ดาวน์แมน" เป็นของจริงอยู่ต่อไปอีกกว่า 40 ปี จนถึงขั้นมีผู้สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกบริเวณที่พบฟอสซิลลวงโลกเมื่อค.ศ. 1938กว่าจะพิสูจน์ได้ว่าดอว์สันสร้างเรื่องขึ้นมาเอง ก็ปาเข้าไป ค.ศ. 1953 โดยพบว่า ดอว์สันทำการมิกซ์แอนด์แมตช์ ด้วยการเอากะโหลกมนุษย์ กรามอุรังอุตังและฟันชิมแปนซีมาติดเข้าด้วยกัน2 ยักษ์แห่งคาร์ดิฟฟ์การทะเลาะกันของชาย 2 คน เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิด "ยักษ์แห่งคาร์ดิฟฟ์" ขึ้น จอร์จ ฮัลเป็นนักค้ายาสูบชาวนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทะเลาะกับบาทหลวงชื่อเติร์กถึงบทหนึ่งในไบเบิลที่ระบุว่า ยักษ์เคยอาศัยอยู่บนโลกวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 1869 คนงาน 2 คนขุดดินที่ฟาร์มของนายวิลเลียม นิวเวล ลูกพี่ลูกน้องของฮัลในเมืองคาร์ดิฟฟ์และพบร่างยักษ์สูง 10 ฟุต ข่าวยักษ์แห่งคาร์ดิฟฟ์จึงแพร่กระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่งนิวเวลและฮัลเก็บเงินผู้ที่อยากมาดู จากนั้นไม่นานทั้งสองขายยักษ์ให้กับนายเดวิด ฮันนัม เป็นเงิน 37,500 เหรียญ และฮันนัมได้นำไปออกแสดงจนได้เงินเป็นถุงเป็นถัง ต่อมาพีที. บาร์นัม ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโชว์แสดงของแปลก เจ้าของวลีดัง "มีคนโง่เกิดมาทุกนาที" ซึ่งหมายถึงคนที่ยอมจ่ายเงินเพื่อชมสิ่งหลอกลวงมาขอเช่ายักษ์ แต่ฮันนัมไม่ยอม บาร์นัม จึงจ้างวานให้ชายคนหนึ่งมาแกล้งนอนตายเป็นยักษ์ ฮันนัมจึงฟ้องร้องบาร์นัมต่อศาล ความมาแตกในการพิจารณาคดีนี่เองว่า ฮัลจ้างสั่งซื้อหินยิปซัมจากรัฐไอโอวาและจ้างช่างที่ชิคาโกให้มาแกะสลักเป็นรูปคน
3 วงพืชปริศนาเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว วงพืชปริศนาหรือ "คร็อปเซอร์เคิล" เริ่มเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุไปจนถึงโทรทัศน์ มีผู้เชื่อว่าลวดลายประหลาดในไร่เป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาว หลายคนถึงกับยืนยันว่าเห็นจานบินอยู่เหนือแถบนั้นภายหลังพบว่า "คร็อปเซอร์เคิล" เป็นฝีมือของมนุษย์นี่เอง4 ผมบลอนด์สูญพันธุ์เมื่อค.ศ. 1865 มีข่าวลือกันว่า ในอนาคตผู้ที่มีผมบลอนด์จะสูญพันธุ์ไปจากโลกค.ศ. 2002 ก็เกิดข่าวนี้อีกครั้งเมื่อมีรายงานที่อ้างว่า องค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้ที่มีผมบลอนด์จะสูญพันธุ์ภายใน 200 ปีข้างหน้าอย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกออกมาแถลงว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับข่าวชิ้นนี้5 สิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กซัน สหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ข่าว 6 ชิ้น เมื่อค.ศ. 1835 ว่า พบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ ทั้งยูนิคอร์น มนุษย์มีปีก แพะและควายป่าไบซัน โดยผู้ที่รายงานคือ ดร.แอนดรูว์ แกรนต์ ภายหลังพบว่า ข่าวทั้งหมดไม่เป็นความจริง ส่วนผู้ที่ต้องสงสัยว่าใช้นามแฝงว่า "ดร.แอนดรูว์ แกรนต์" น่าจะเป็นนายริชาร์ด เอ. ล็อก ผู้สื่อข่าวของเดอะนิวยอร์คซัน แต่ล็อกไม่เคยยอมรับข้อกล่าวหานี้6 เครื่องจักรไม่ใช้พลังงานค.ศ. 1812 นายชาร์ลส์ เรดเฮฟเฟอร์ อ้างว่า เขาประดิษฐ์เครื่องจักรที่ทำงานโดยไม่ใช้ไฟฟ้าต่อมานายโรเบิร์ต ฟูลตัน วิศวกรจับได้ว่าเรดเฮฟเนอร์โกหก โดยเอาผนังตรงเครื่องจักรออก และพบสายไฟเชื่อมไปยังข้างบน เมื่อเดินตามสายไฟเรื่อยๆ เขาพบชายคนหนึ่งกำลังใช้มือหมุนเครื่องจักรเพื่อสร้างไฟฟ้า7 นรกอยู่ในโลกข่าวลือนี้เกิดขึ้นทางตอนเหนือของรัสเซีย เมื่อมีข่าวแพร่ว่า คนงานขุดหลุมลึก 14 กิโลเมตรและพบนรกอยู่ใต้ดิน ซึ่งในนั้นร้อนถึง 1,100 องศาเซลเซียส ทั้งยังมีผู้อ้างว่า ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากนรกด้วย8 ผู้ชายท้องค.ศ. 1999 เว็บไซต์ mailpregnancy.com รายงานว่า นายหลี่หมิงเว่ยเป็นชายคนแรกของโลกที่ตั้งครรภ์ภายหลังนายเวอร์จิลหว่อง ยอมรับว่า เต้าข่าวขึ้นมาเองโดยเห็นว่าเป็นงานศิลปะของการหลอกลวงคนทั่วโลก9 มองดาวอังคารด้วยตาเปล่าเมื่อพ.ศ. 2003 มีข่าวที่ส่งต่อกันทางอินเตอร์เน็ตว่า วันที่ 27 ตุลาคมของปีนั้น ดาวอังคารจะเคลื่อนมาใกล้โลก และมีขนาดใหญ่พอๆ กับพระจันทร์ จนมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ความจริงคือ ดางอังคารเคลื่อนเข้ามาใกล้โลกจริง แต่ไม่ใกล้พอที่เราจะเห็นด้วยตาเปล่า10 มนุษย์ต่างดาวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1947 เกิดข่าวลือว่า จานบินของมนุษย์ต่างดาวตกลงที่เมืองรอสเวลล์ รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และรัฐบาลสหรัฐปิดบังข่าวนี้ค.ศ. 1995 นายเรย์ ซานติลลี่ ชาวอังกฤษ โชว์ภาพวิดีโอที่อ้างว่า ถ่ายได้หลังจากจานบินตกที่รอสเวลล์เพียงไม่นาน แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซานติลลี่ยอมรับว่าโกหกและทำวิดีโอขึ้นมาเอง


ที่มาhttp://campus.sanook.com/u_life/knowledge_06024.php

ประโยชน์ของการหัวเราะ

วันนี้มีประโยชน์จากการหัวเราะมาบอก...- ความดันโลหิตลดลง- ฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียดลดลง ขณะเดียวกันการทำงานของฮอร์โมนต่าง ๆ ก็เป็นปกติ- กระตุ้นระบบภูมิชีวิต (Immune system) ทำให้ T-celll ซึ่งเป็นทหารประจำตัว คอยกำจัดเชื้อโรคเพิ่มจำนวนขึ้น รวมถึงแอนตี้บอดี้อื่น ๆ ในร่างกายด้วย- คลายความเจ็บปวด อารมณ์ขันทำให้ผู้ป่วยลืมความเจ็บปวด และยังกระตุ้นการสร้างเอ็นดอร์ฟินในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนระงับปวดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว- กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ขณะที่หัวเราะ กล้ามเนื้ออื่น ๆ ที่ไม่ได้สัมพันธ์กับการหัวเราะ จะผ่อนคลาย และเมื่อหยุดหัวเราะ กล้ามเนื้อที่สัมพันธ์กับการหัวเราะ ก็จะผ่อนคลาย เป็นการทำงานสองขั้นตอน- หายใจดีขึ้น การหัวเราะบ่อย ๆ ทำให้ปอดโล่ง หายใจได้ลึกขึ้นดีมาก ๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการหายใจรู้อย่างนี้แล้ว หันมาผ่อนคลายจิตใจ หัวเราะให้บ่อยขึ้น แต่อย่ามากกว่าปกติ เดี๋ยวคนรอบข้างจะหาว่า...ไม่รู้ตัว.


ที่มาhttp://campus.sanook.com/u_life/knowledge_06024.php